MTG Story Codex

การแข่งขันข้ามเพลน Aetherdrift — สรุปฉบับเต็มพร้อมคู่มือตัวละคร

Aetherdrift

รางวัลสูงสุดของการแข่งรถความเร็วสูงข้ามสามเพลนไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่คือสปาร์กเพลนวอล์กเกอร์เทียมที่ทำให้ คนธรรมดากลายเป็นผู้เดินทางข้ามมิติได้ นักแข่งแต่ละคนต่างมีเหตุผลส่วนตัวซ่อนอยู่เบื้องหลังพวงมาลัย ขณะที่เพลนวอล์กเกอร์ลึกลับคนหนึ่งกำลังใช้ความโกลาหลของสนามแข่งเป็นฉากบังหน้าสำหรับแผนการที่ใหญ่กว่า มากนัก หน้านี้รวบรวมเนื้อเรื่องของชุดการ์ด Aetherdrift ซึ่งเป็นบทต่อจาก Duskmourn ใน Dragonstorm Arc

คู่มือตัวละคร

คลิกการ์ดเพื่อดูภาพจริงบน Scryfall

Chandra Nalaar
Chandra Nalaar

นักแข่งผู้ลงสนามเพื่อคนรัก

เข้าร่วมการแข่งขัน Ghirapur Grand Prix ด้วยเหตุผลส่วนตัว — เธอต้องการชนะรางวัล Aetherspark เพื่อมอบสปาร์กเพลนวอล์กเกอร์เทียมนี้ให้ Nissa คนรักของเธอ หลังการแข่งขันจบลง กลุ่มของเธอต้องปะทะกับกองกำลังของ Jace ในเหตุการณ์ปฏิวัติซ้อนที่ปะทุขึ้นพร้อมกัน

ดูภาพการ์ดบน Scryfall →
Nissa
Nissa

คนรักของ Chandra · เหตุผลที่แท้จริงของการแข่งขัน

คนรักของ Chandra Nalaar ผู้เป็นแรงจูงใจแท้จริงที่ทำให้ Chandra เข้าร่วมการแข่งขัน Ghirapur Grand Prix — Chandra ต้องการชนะรางวัล Aetherspark สปาร์กเพลนวอล์กเกอร์เทียมที่สร้างขึ้นช่วงสงครามฟิวเรกเซีย เพื่อนำมามอบให้ Nissa

ดูภาพการ์ดบน Scryfall →
Jace
Jace

ผู้ตามหา Loot และวางแผนปฏิวัติซ้อน

ปรากฏตัวขึ้นบน Avishkar ระหว่างการแข่งขันเพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตลึกลับชื่อ Loot ที่มีความสามารถพิเศษในการค้นหา Omenpath ช่องทางเชื่อมมิติ เขาถึงขั้นจับมือกับ Mohar Varma ผู้วางแผนก่อรัฐประหารซ้อนเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ ก่อนหลบหนีพร้อม Loot ไปยังที่ราบสูงทาร์คีร์ในตอนจบ

ดูภาพการ์ดบน Scryfall →
Sita Varma
Sita Varma

วิศวกรสาวผู้ปิดบังตัวตนเพื่อหนีจากพ่อ

วิศวกรสาวที่เข้าร่วมการแข่งขัน Ghirapur Grand Prix โดยปิดบังตัวตนที่แท้จริง เธอต้องการหนีจาก Mohar Varma ผู้เป็นพ่อและควบคุมชีวิตเธออยู่ตลอดเวลา การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นทั้งเวทีแข่งขันและช่องทางหนีอิสรภาพสำหรับเธอ

ดูภาพการ์ดบน Scryfall →
Daretti
Daretti

ก็อบลินวิศวกรผู้ออกแบบยานแข่งสุดบ้าบิ่น

ก็อบลินวิศวกรผู้ออกแบบยานแข่งสุดบ้าบิ่นเพื่อลงชิงชัยในการแข่งขัน Ghirapur Grand Prix หนึ่งในนักแข่งหลากหลายกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อชิงรางวัลสูงสุดคือ Aetherspark สปาร์กเพลนวอล์กเกอร์เทียม

ดูภาพการ์ดบน Scryfall →
Mohar Varma
Mohar Varma

พ่อผู้ควบคุม Sita · ผู้วางแผนก่อรัฐประหารซ้อน

พ่อของ Sita Varma ผู้ควบคุมชีวิตเธออย่างเข้มงวดจนเธอต้องปิดบังตัวตนเพื่อเข้าแข่งขัน วางแผนก่อรัฐประหารซ้อนบน Avishkar และจับมือกับ Jace เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ กลายเป็นชนวนของการปะทะที่ปะทุขึ้นพร้อมกับตอนจบการแข่งขัน

ดูภาพการ์ดบน Scryfall →

เนื้อเรื่องแบบละเอียด

แบ่งตามชุดการ์ด — คลิกเพื่อขยายอ่านแต่ละช่วง

Aetherdrift — การแข่งขัน Ghirapur Grand Prix และรางวัล Aetherspark

การแข่งรถความเร็วสูงข้ามเพลน "Ghirapur Grand Prix" ถูกจัดขึ้นผ่าน 3 เพลน (Avishkar, Amonkhet, Muraganda) เพื่อชิงรางวัลสูงสุดคือ Aetherspark ประกาย เพลนวอล์กเกอร์เทียมที่นักประดิษฐ์ชาว Avishkar สร้างขึ้นในช่วงสงครามฟิวเรกเซีย เปิดโอกาสให้ผู้ชนะ กลายเป็นเพลนวอล์กเกอร์ได้แม้ไม่เคยมีสปาร์กตามธรรมชาติ

นักแข่งหลากหลายกลุ่มเข้าร่วมชิงชัย ทั้ง Sita Varma วิศวกรสาวปิดบังตัวตนที่ต้องการ หนีจากพ่อผู้ควบคุมชีวิตเธอ, Daretti ก็อบลินวิศวกรผู้ออกแบบยานแข่งสุดบ้าบิ่น และ Chandra Nalaar ที่เข้าร่วมแข่งด้วยเหตุผลส่วนตัว — เธอต้องการชนะรางวัลเพื่อมอบ สปาร์กเทียมนี้ให้ Nissa คนรักของเธอ

Aetherdrift — Jace ตามหา Loot และแผนปฏิวัติซ้อน

ระหว่างการแข่งขัน Jace ปรากฏตัวขึ้นบน Avishkar เพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตลึกลับชื่อ "Loot" ที่มีความสามารถพิเศษในการค้นหา Omenpath ช่องทางเชื่อมมิติ เขาถึงขั้นจับมือกับ Mohar Varma ผู้วางแผนก่อรัฐประหารซ้อนเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ

แม้ทีม Amonkheti จะเป็นฝ่ายชนะการแข่งขันในที่สุด แต่การปฏิวัติซ้อนที่ Jace วางแผนไว้ก็ปะทุขึ้น พร้อมกัน กลายเป็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มของ Chandra กับกองกำลังของ Jace หลังเหตุการณ์จบลง Jace หลบหนีไปพร้อม Loot มุ่งหน้าสู่ที่ราบสูงทาร์คีร์ ทิ้งคำถามไว้ว่าเขาต้องการ ตัว Loot ไปทำอะไร

"เส้นชัยของบางคนไม่ได้อยู่ที่ป้ายธงหมากรุก"

ทุกตัวละครในสนามแข่งต่างมีเส้นชัยของตัวเองที่ไม่ใช่ถ้วยรางวัล — Chandra แข่งเพื่อ Nissa, Sita Varma แข่งเพื่อหนีจากพ่อ ส่วน Jace ใช้ความโกลาหลของ สนามแข่งเป็นฉากบังหน้าสำหรับเป้าหมายที่ใหญ่กว่ามากอย่าง Loot ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นตอนจบจึงไม่ใช่ เรื่องของผู้ชนะการแข่งขัน แต่เป็นการปะทะกันของเป้าหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกคน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ตรวจสอบหน้านี้

↑ กลับไปหน้าบทที่ 33